วันอาทิตย์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2553

ที่ไปที่มาก่อนที่จะกล่าวถึง

มาตรฐานในแวดวงมัลติมีเดียปัจจุบันถูกกำหนดโดยสององค์กรหลักๆ คือ
  • MPEG (Moving Picture Expert Group)
  • ITU-T (The ITU Telecommunication Standardization Sector) เป็นหน่วยที่มีหน้าที่ออกมาตรฐานทางโทรคมนาคม ของ ITU (International Telecom Union)

MPEG (นิยมอ่าน เอ็มเพก) หรือ Moving Picture Experts Group เป็นชื่อกลุ่มนักพัฒนา ระบบมาตรฐานการเข้ารหัสวิดีโอและ
ออดิโอ ของ ISO/IEC โดยมีการเริ่มพัฒนาร่วมกันครั้งแรกเมื่อ พฤษภาคม พ.ศ. 2531 ที่ประเทศแคนาดา โดยสมาชิกของเอ็มเพก ประกอบด้วยบุคคลจากบริษัทพัฒนา นักวิจัยจากศูนย์วิจัยและมหาวิทยาลัย โดยปัจจุบันมีมาตรฐานหลักที่พัฒนาออกมา ได้แก่
MPEG-1, MPEG-2, MPEG-3 และ MPEG-4 ซึ่งยังมีมาตรฐานเสริม คือ MPEG-7 และ MPEG-21

เอ็มเพก
MPEG-1 เป็นมาตรฐานเกี่ยวกับวิดีโอ กำเนิดอย่างเป็นทางการในช่วงปี 93 นำไปใช้ในวีซีดี มีเทคโนโลยีที่พัฒนาตาม MPEG-1
ดังนี้
  • MP3 ไม่ได้เป็น MPEG-3 อย่างที่ใครหลายคนเข้าใจ ใน MPEG-1 จะแบ่งเป็นหลายส่วน เช่น ส่วนของภาพ ส่วนของเสียง
    ส่วนของมีเดีย สามารถหยิบเฉพาะบางส่วนไปใช้งานจริงได้ และส่วนของเสียงใน MPEG-1 คือส่วนที่เรียกว่า Layer 2 และ Layer 3 ซึ่ง Layer 2 นั้นตกสมัยไปแล้ว ส่วน MPEG-1 Layer 3 ก็คือ MP3 นั่นเอง
  • Ogg Vorbis เป็นมาตรฐานที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อแทนที่ MP3 เนื่องจากใน ค.ศ. 1998 สถาบัน Fraunhofer ในเยอรมนี ซึ่งเป็น
    เจ้าของสิทธิบัตรวิธีการบีบอัดข้อมูลใน MP3 ประกาศเตรียมคิดค่าใช้งาน จึงมีกลุ่มพัฒนามาตรฐานใหม่เพื่อมาแทน MP3 และให้มาตรฐานใหม่นี้เป็นสาธารณสมบัติ (Public Domain). ในปี ค.ศ. 2002 Ogg Vorbis 1.0 ก็เสร็จสมบูรณ์ และกลายเป็นหนึ่งในฟอร์แมตเสียงหลักที่ทุกโปรแกรมต้องมี. ไฟล์นามสกุล .ogg
  • มาตรฐานอื่นๆ ที่เทียบเคียง MP3 ได้ก็มี ATRAC ของโซนี่, AC-3 ของ Dolby Digital, mp3PRO และ Windows Media Audio (.wma) ของไมโครซอฟท์
MPEG-2 ปีค.ศ. 1994 มาตรฐาน MPEG-2 ถูกใช้กับดีวีดี ความแตกต่างกับ MPEG-1 ก็มีไม่มากนัก ยกเว้นเรื่องการเข้ารหัส/
ถอดรหัสที่ใช้วิธีทันสมัยมากขึ้น
MPEG-3 เป็นมาตรฐานที่เตรียมใช้กับ HDTV (High Definition Television หรือโทรทัศน์ความละเอียดสูง) แต่สุดท้ายไม่ได้ใช้ เพราะพบว่าแค่เทคโนโลยี MPEG-2 ที่มีอยู่เดิมเพียงพอสำหรับ HDTV แล้ว
MPEG-4 เป็นส่วนขยายของ MPEG-1 เพื่อรับรูปแบบมัลติมีเดียต่างๆ เช่น 3D หรือการเข้ารหัสที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น MPEG-4 แบ่งออกเป็นหลายส่วนตามหน้าที่แต่ละส่วน และทาง MPEG จะปล่อยให้ผู้ผลิตซอพท์แวร์เป็นผู้พัฒนาโปรแกรมที่ใช้จริงๆ เอง
ไม่จำเป็นต้องตาม MPEG-4 เต็มชุดก็ได้ พัฒนาได้เป็นบางส่วนก็พอ (แบบเดียวกับ MP3 ที่หยิบแต่ส่วนออดิโอไปทำ)
เทคโนโลยีสำคัญใน MPEG-4
MPEG-4 part 2 รับผิดชอบกับการจัดการด้านภาพ ฟอร์แมตวิดีโอสำคัญๆ หลายตัวอิมพลีเมนต์ตาม part 2 นี้
  • DivX
  • XviD
MPEG-4 part 3 รับผิดชอบการจัดการกับเสียง
  • AAC (Advance Audio Coding) เป็นการอิมพลีเมนต์ตาม MPEG-4 part 3 โดยแอปเปิล ซึ่งอ้างว่า AAC ที่บิทเรต
    96 kbps มีคุณภาพเทียบเท่ากับ MP3 ที่ 128 kbps เทคโนโลยีนี้นำไปใช้กับเพลงที่ขายในร้านจำหน่ายเพลงออนไลน์ iTunes Music Store นามสกุลไฟล์ในฟอร์ตแมตนี้จะเป็น .aac, .mp4 และ .m4a
MPEG-4 part 10 จัดการกับการเข้ารหัสวิดีโอระดับสูง (Advance Video Coding)
  • H.264 เป็นมาตรฐานที่ซ้อนกับ ITU-T โดย H.264 เป็นชื่อของ ITU-T และ AVC เป็นชื่อของทาง MPEG เท่านั้นเอง มี
    ความสามารถในการเข้ารหัสวิดีโอที่สูงกว่า MPEG-4 part 2 มาก ปัจจุบันเพิ่งเริ่มนำมาใช้งาน โดยแอปเปิลจะนำไปใช้ใน QuickTime 7 และ MacOSX 10.4 Tiger นอกจากแอปเปิลแล้ว H.264 เริ่มถูกนำไปใช้ในระบบทีวีแบบใหม่ของญี่ปุ่นและยุโรป และฟอร์แมตแผ่นดิสก์ในยุคหน้าทั้ง Bluray กับ HD-DVD
MPEG-7 ไม่ใช่มาตรฐานเกี่ยวกับภาพและเสียงเหมือนอันอื่นๆ แต่เป็นมาตรฐานที่ใช้เก็บข้อมูลเกี่ยวกับตัวมีเดีย (metadata) เช่น หนังแผ่นนี้ชื่ออะไร หรือถ้าหนังเล่นมาถึงตอนนี้ ให้เล่นเพลงนี้ พร้อมขึ้นซับไทเทิลไฟล์นี้ เป็นต้น เก็บข้อมูลเป็น XML
MPEG-21 เป็นมาตรฐานมัลติมีเดียในอนาคต มุ่งเน้นการใช้งานมัลติมีเดียผ่านเครือข่าย ปัจจุบันอยู่ในสถานะร่าง
H.264 ในด้านของ CCTV
H.264 คือมาตรฐานการบีบอัดข้อมูลของสัญญาณภาพและเสียง ที่ความคมชัดเท่ากัน แต่ขนาดไฟล์จะเล็กกว่า เมื่อเทียบกับ Mpeg4 และ Mpeg2 ตามลำดับ
Storage (Mb)
เมื่อเทียบอัตราการ Download เปรียบเทียบทั้ง 3 Format ตัว H.264 ทำได้ดีกว่า
อัตราการ Download (Minute)

วันอังคารที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2553

Review สินค้าเครื่องบันทึก AVC798AD


Review สินค้าเครื่องบันทึก AVC798AD
ในส่วนของด้านหลังตัวเครื่องนั้น AVC798AD ก็ได้เตรียมช่องต่อพ่วงมาให้ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของช่องสัญญาณกล้องซึ่งสามารถรองรับกล้องได้ถึง 16 กล้อง และช่อง Port Loop ซึ่งมีจำนวนเท่ากับ Port Input ของกล้อง Port Monitor เพื่อต่อเข้ากับจอมอนิเตอร์ต่างๆ หรือ Port Call เพื่อเอาไว้ดูภาพจากตัวกล้องแบบ Sequence และช่อง Audio Input ที่มี 4 ช่องและ Audio Output 2 ช่องนอกจากนี้ยังมี Port LAN เพื่อใช้งานสำหรับการดูกล้องหรือแบ็คอัพข้อมูลผ่านทางระบบเน็ตเวิร์ค และ Port External I/O เพื่อสามารถต่อกับเครื่องควบคุมกล้องแบบ PTZ ได้ และที่สำคัญยังมี Port VGA เพื่อสามารถนำมอนิเตอร์มาต่อได้ทันที โดยไม่ต้องใช้ตัวแปลงใดๆ เพิ่มเติม
Review สินค้าเครื่องบันทึก AVC798AD
ระบบบันทึกภาพนั้น ในรุ่น AVC798AD นี้จะเป็นแบบ H.264 ซึ่งจะทำให้ข้อมูลที่บันทึกได้นั้นจะมีขนาดเล็กกว่าเมื่อเทียบกับแบบอื่นๆ แต่ก็ไม่ได้ทำให้คุณภาพของภาพลดลงตามไปด้วย ซึ่งด้วยขนาดของข้อมูลที่เล็กลงนี้เอง จึงทำให้เราสามารถดูภาพผ่านทางอินเทอร์เน็ตได้เร็วขึ้นกว่าเดิม และยังทำให้เราสามารถบันทึกภาพได้นานขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย และในส่วนของการแสดงผลหรือการดูข้อมูลย้อนหลังนั้นก็สามารถทำได้อย่างอิสระ โดยเราสามารถเลือกดูวัน เวลาของการบันทึกของกล้องแต่ละตัวได้ต่างกันในเวลาพร้อมๆกัน
Review สินค้าเครื่องบันทึก AVC798AD

ในส่วนหน้าตาของเมนูนั้นก็ไม่ต่างไปจากเดิมมากนัก ซึ่งผมเองคิดว่าเป็นเมนูที่ใช้งานได้ค่อนข้างง่าย และเมื่อนำเมาส์มาใช้งานด้วยแล้วนั้น จะให้การใช้งานจะง่ายไปกว่าเดิมมากทีเดียว

Review สินค้าเครื่องบันทึก AVC798AD
ในส่วนของระบบการเข้าถึงข้อมูลในตัวเครื่องนั้น จะมีระบบ User Log-in ซึ่งจะสามารถจำกัดสิทธิ์ของแต่ละ User ได้ และสามารถมี User เข้าใช้งานได้พร้อมกันมากได้ถึง 10 User ซึ่งแต่ละ User สามารถที่จะเข้าดูมูลต่างๆของกล้องแต่ละตัวได้อย่างอิสระจากกัน นอกจากนั้นผู้ใช้ยังสามารถเข้าถึงข้อมูลได้จากโทรศัพท์มือถือหลากหลายชนิด อาทิเช่น IPhone,WinCE ,J2ME ,Black Berry* หรือแม้แต่ Android.*(*ใช้งานได้ประมาณเดือนพฤษภาคม53)
ภายในตัวเครื่อง เมื่อเราเปิดฝาด้านบนออกมา จะพบกับแผงวงจรและฮาร์ดดิสก์สำหรับบันทึกข้อมูล ซึ่งในรุ่น AVC798AD นี้สามารถใส่ฮาร์ดดิสก์ได้ถึง 2ลูก โดยในแต่ละลูกสามารถมีความจุได้สูงสุดถึง 2TB ทำให้เราสามารถเก็บบันทึกข้อมูลได้สูงถึง 4TB ซึ่งนับว่าไม่น้อยเลยทีเดียว
Review สินค้าเครื่องบันทึก AVC798AD
และเมื่อถอดฮาร์ดดิสก์และถาดรองออก พร้อมทั้งเอาสายไฟต่างๆออก จะเห็นได้ว่าจะเหลือพื้นที่จากการวางชิ้นส่วนอุปกรณ์ต่างๆ ค่อนข้างมาก ซึ่งถือว่าเป็นข้อดีอย่างมากทีเดียว เนื่องจากตัวเครื่องเองสามารถที่จะระบายความร้อนต่างๆออกไปจากตัวเครื่องได้ดี เป็นผลทำให้ตัวอุปกรณ์หรือชิ้นส่วนต่างๆมีอายุการทำงานที่ยาวนานขึ้นกว่าเดิม ซึ่งความสามารถทั้งหมดที่ได้กล่าวมาของเจ้าตัว AVC789AD นี้สามารถทำให้มั่นใจได้ว่า การบันทึกข้อมูลที่สำคัญต่างๆของผู้ใช้งานนั้นจะเป็นไปได้อย่างราบรื่น ไม่สะดุด และช่วยให้ระบบรักษาความปลอดภัยของท่านมีประสิทธิภาพมากยิ่งกว่าเดิมแน่นอน
Review สินค้าเครื่องบันทึก AVC798AD
จุดเด่นของ AVC789AD

    1. สามารถ Play back ได้ 16 ช่องพร้อมกัน (ปรกติรุ่น AVC798 และ AVC796 Playback ได้ 4 ช่อง)
    2. ปรับปรุงระบบค้นหาภาพที่บันทึกได้รวดเร็วขึ้น
    3. เทคโนโลยีการบันทึกภาพแบบ H.264 ทำให้ข้อมูลที่บันทึกมีขนาดเล็กลง สามารถบันทึกได้ยาวนานมากขึ้น แต่คุณภาพ ของภาพที่ได้จะมีความคดชัดมากกว่าในแบบ MPEG หรือ MPEG-4
    4. เมนูซึ่งเป็นแบบ GUI Interface จึงทำให้ใช้งานกับเมาส์ได้ง่ายขึ้น
    5. ระบบ Multiplex ทำงานแยกอิสระต่อกันในการ ดูภาพ บันทึกภาพ เล่นภาพ ระบบ network
    6. มีระบบ Log-in และ User สามารถเข้าใช้งานได้พร้อมกันถึง 10 User และแต่ละ User สามารถใช้ข้อมูลอิสระจากกันได้
    7. สามารถเข้าถึงข้อมูลได้จากโทรศัพท์มือถือหลายประเภท เช่น IPhone,WinCE ,J2ME ,Black Berry* Android.*(*ใช้งานได้ประมาณเดือนพฤษภาคม53)

    Specifications

    1. ตัวเครื่องรองรับระบบแบบ PAL/NTSC (Auto Detection)
    2. การบีบอัดการบันทึกข้อมูลเป็นแบบ H.264
    3. รองรับกล้องได้สูงสุด 16 กล้อง (16 CH)
    4. มีช่อง Video Loop 16 ช่อง ซึ่งจะเท่ากับจำนวนของตัวกล้อง
    5. มีช่องรับสัญญาณเสียง 4 ช่อง และช่อง Output 2 ช่อง
    6. มีขนาดของการบันทึกภาพ 3 แบบ
    ระบบ Frame 120 IPS @ 704x480 / 100 IPS @ 704x576
    ระบบ Filed 240 IPS @ 704x240 / 200 IPS @ 704x288
    ระบบ CIF 480 IPS @ 352x240 / 400 IPS @ 352x288
    7. สามารถเลือกคุณภาพการบันทึกได้ทั้งแบบ Super Best / Best / High / Normal
    8. รองรับฮาร์ดดิสก์แบบ SATA ได้ 2ลูก ซึ่งแต่ละลูกมีความจุได้สูงสุด 2TB
    9. มีระบบการค้นหาภาพอย่างรวดเร็วทั้งแบบ กำหนดเวลาหรือการเคลื่อนไหว
    10. ระบบในการบันทึกภาพแบบ กำหนดเอง แบบตั้งเวลา แบบเมื่อมีการเคลื่อนไหว แบบเมื่อมีการเตือน
    11. ระบบ Multiplex ทำงานแยกอิสระต่อกันในการ ดูภาพ บันทึกภาพ เล่นภาพ ระบบ network
    12. สามารถใช้เมาส์ควบคุมการทำงานได้
    13. ทำตารางการตรวจจับการเคลื่อนไหวในพื้นที่ของกล้องได้ 16x12 ตารางต่อกล้อ
    14. ปรับตั้งค่าการตอบสนองความเคลื่อนไหวได้ 3 รูปแบบ
    15. มีระบบบันทึกเหตุการณ์ก่อนการเตือน
    16. มีระบบสำรองข้อมูลทั้งแบบ DVD Writer, USB 2.0 Flash Drive และผ่านระบบเครือข่าย
    17. การบีบอัดในการส่งภาพผ่านระบบเว็บเป็นแบบ H.264
    18. มีระบบ LAN Ethernet แบบ 10/100 สามารถควบคุมและดูภาพผ่านทางอินเทอร์เน็ตได้
    19. รองรับเว็บ บราวเซอร์ได้หลายชนิด เช่น Internet Explorer, Mozilla Firefox, Google Chrome, Video Viewer, QuickTime
    player และระบบปฏิบัติการ Windows7, Vista, XP, 200 และสามารถเข้าใช้งานได้พร้อมกันถึง 10 User
    20. รองรับรูปแบบการเชื่อมต่อแบบ TCP/IP, PPPoE. DHCP และ DDNS (Dynamic DNS)
    21. ผู้ใช้งานสามารถเข้ามาใช้งานที่เป็นอิสระจากกันได้
    22. สามารถส่งภาพเหตุการณ์ที่กำหนดผ่านทาง FTP Server และ E-Mail ได้
    23. ระบบสามารถบันทึกเหตุการณ์ที่กำหนดลงในเครื่องคอมพิวเตอร์ได้
    24. มีตัวรับสัญญาณรีโมทและสามารถใช้งานรีโมทได้
    25. รองรับโทรศัพท์มือถือประเภทต่างๆ IPhone,WinCE ,J2ME ,Black Berry* , Android.*(*ใช้งานได้ประมาณ เดือนพฤษภาคม53)
    26. มีระบบการ Zoom ภาพแบบ Digital ได้สูงสุด 2x
    27. มีรีโมทคอนโทรล และสามารถคอนโทรลกล้อง PTZ ได้
    28. มีระบบ Lock ปุ่มกดโดยใส่รหัสผ่าน
    29. สามารถกำหนดสิทธิ์และระดับของแต่ละ User ได้แตกต่างกัน
    30. ตั้งชื่อกล้องแต่ละตัวได้สูงสุด 6 ตัวอักษร
    31. สามารถปรับค่า Hue / Saturation / Contrast / Brightness. ของกล้องแต่ละตัวได้
    32. สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบวันที่ได้ 3 แบบ YY/MM/DD, DD/MM/YY, และ MM/DD/YY
    33. มีระบบ Daylight Saving
    34. ใช้หม้อแปลงขนาด DC 19V
    35. พลังงานที่ใช้ <>